แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Documentary แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Documentary แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2559

The Hunting Ground (2015) Movie Review


The Hunting Ground (2015) บทวิจารณ์ภาพยนตร์โดย FallsDownz


"ยินดีต้อนรับสู่ดินแดนแห่งการล่า"

อ่าห์ ชีวิตมหาวิทยาลัย เชื่อเลยว่าสำหรับใครหลายคน นี้เป็นหนึ่งในช่วงชีวิตที่มีความสุขมากที่สุด นี้คือช่วงชีวิตที่เราใฝ่ฝันมาโดยตลอด ตั้งแต่ตอนที่รู้ว่าสอบติดคณะหรือมหาลัยที่ตนเองอยากเขามาตั้งแต่เด็กๆ ได้เข้ามาเรียน จนกระทั่งจบการศึกษา เรียกได้ว่ามหาลัยเปรียบเสมือนเป็นบ้านหลังที่สองที่เราไว้วางใจไม่ต่างจากบ้านแท้ของเราเอง



แต่ถ้าหากวันหนึ่ง มีคนเดินมาบอกคุณว่า กว่า 20% ของนักศึกษาหญิงในประเทศสหรัฐอเมริกา เคยถูกข่มขืนในมหาลัย และกว่า 88% ตัดสินใจไม่บอกให้ใครรู้ละ ? และนั้นก็คือสิ่งที่ภาพยนตร์สารคดี The Hunting Ground จับมือพาเราลงไปเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขา เสมือนเป็นอีกหนึ่งสักขีพยานต่อความเลวร้ายที่เกิดขึ้นในสังคมมหาลัย

ประสบการณ์ที่ The Hunting Ground มอบให้กับผู้ชมนั้น เรียกได้ว่าจัดอยู่ในอันดับต้นๆของภาพยนตร์ประจำปี 2015 เลยทีเดียว มันช่างทรงพลัง และตราตรึงตั้งแต่ต้นจนจบเสียจริงๆ



ผู้กำกับ เคอร์บี้ ดิค เรียกได้ว่าถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างยอดเยี่ยม น่าติดตามจริงๆ การเล่าเรื่องของเขาไม่ซับซ้อนมากจนเกินไป วางเรื่อง ปมประเด็นปัญหา ดึงตัวเราให้เข้าไปติดตามเนื้อหาในภาพยนตร์ได้อย่างทันทีทันใด สอดแทรกตัวเลขสถิติด้วยซีจีต่างๆได้ตระการตาไม่รู้สึกน่าเบื่อหรือยัดเยียดมากเกินไป ถึงแม้จังหวะในช่วงท้ายเรื่องดูจะหลุดๆและเปลี่ยนอารมณ์กระทันหันไปหน่อย ซึ่งส่งผลทำให้อารมณ์ร่วมของผู้ชมในช่วงบทสรุปลดลงไปบ้าง

จะว่าไปแล้ว ในด้านของความสดใหม่ ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็นำเสนอมุมมองของสังคมซึ่งเราไม่เคยคาดคิดมาก่อนอยู่พอสมควร เรียกได้ว่าตกใจยิ่งกว่าสไปดี้โผล่มาในตัวอย่าง Captain America: Civil War เสียอีก โดยไม่ได้พูดถึงเพียงแค่เรื่องราวของเหยื่อ และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพวกเขา แต่ยังลงไปสำรวจถึงต้นตอ และสาเหตุหลากหลายประการที่ทำให้ปัญหาอันร้ายแรงนี้ยังคงมีให้เห็นอยู่ทุกหนทุกแห่ง ลากยาวไปจนถึงคนมีชื่อเสียงในอเมริกา กลายเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมที่ใครๆเขาก็ทำกัน 



เฉกเช่น ท่าทีของมหาลัยในประเด็นที่นักศึกษาของพวกเขาถูกข่มขืน ซึ่งหลายคนคงเชื่อว่าพวกเขาจะต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือและปกป้องเหยืออย่างแน่นอน ในขณะที่ความเป็นจริง นอกจากที่พวกเขาจะเพิกเฉย ไม่ทำอะไรเลยแล้ว มหาลัยยังเห็นถึงผลประโยชน์ของตนเองเหนือกว่าชีวิตนักศึกษา แถมมหาลัยที่ว่าเหล่านี้ ก็ไม่ใช่มหาลัยบ้านนอกที่ไหน แต่เป็นชื่อที่รู้จักกันดี เช่น ฮาร์วาร์ด หรือเยล นี้เรียกได้ว่าเปลี่ยนมุมมองจากความคิดที่ว่า มหาวิทยาลัยคือบ้านหลังที่สอง คือแหล่งที่ปลอดภัยพ่อแม่ผู้ปกครองไว้ใจได้ ให้กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ซึ่งอันตรายไม่แตกต่างไปจากทางถนนในซอยเปลี่ยว 

อย่างไรก็ตาม คงจะดีกว่านี้ถ้าหากกลุ่มผู้ให้สัมภาษณ์มีความหลากหลายมากกว่าที่เป็นอยู่ เช่นได้เห็นมุมมอง ความคิดเห็นจากฝั่งผู้กระทำหรือเหยื่อที่เป็นเพศชายมากขึ้น เพื่อให้เราได้มองเห็นประเด็นได้อย่างถ่องแท้ รอบด้าน



สุดท้ายแล้ว The Hunting Ground ก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการร่วมมือร่วมใจ และยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือของสังคม เพื่อหยุดวงจรอันแสนเลวร้ายนี้ให้จบลงไปเสียที ถึงแม้ว่ามันจะดูเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องธรรมดาสำหรับใครหลายคน แต่ก็เสมือนเพลงประกอบภาพยนตร์ Till it happen to you ซึ่งส่งนักร้องชื่อดัง เลดี้ ก้าก้า เข้าชิงรางวัลออสการ์ในปีที่ผ่านมา คุณไม่มีทางเข้าใจความเจ็บปวดที่พวกเขาได้รับหรอก จนกว่ามันจะเกิดขึ้นกับตัวคุณ

Final Score : [ 8.5 / 10 ]


วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

Life Itself ( 2014 ) Movie Review


Life Itself ( 2014 )  บทวิจารณ์ภาพยนตร์โดย FallsDownz



"Life Itself ไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาพยนตร์สารคดี / ชีวประวัติของ โรเจอร์ อีเบิร์ต เท่านั้น แต่ยังเป็นภาพยนตร์ที่พูดถึงคุณค่าชีวิตของมนุษย์ทุกคนอีกด้วย"



      ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ชีวประวัติแห่งปี 2014 ที่เรียกได้ว่ามากมายเหลือเกิน แต่แตกต่างด้วยการถ่ายทอดเรื่องราวในรูปแบบของภาพยนตร์สารคดี มากกว่าการเล่าเรื่องธรรมดาแบบภาพยนตร์ชีวประวัติเรื่องอื่นๆ 


โดย Life Itself เป็นภาพยนตร์ที่นำเสนอเกี่ยวกับ โรเจอร์ อีเบิร์ต นักวิจารณ์ภาพยนตร์ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเราจะได้ไปติดตามชีวิตของเขาในแต่ละช่วงอย่างใกล้ชิด




จริงๆต้องขอสารภาพก่อนเลยว่า ถึงแม้ว่าผู้เขียนจะเคยได้ยินชื่อของ โรเจอร์ อีเบิร์ต มาอยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่ตัวผู้เขียนเองก็ไม่เคยได้ศึกษาประวัติของเขาอย่างจริงจังซักเท่าไรนัก เพราะฉะนั้น ประสบการณ์มาชมภาพยนตร์เรื่องนี้ เรียกได้ว่าค่อนข้างจะใหม่และน่าตื่นเต้นทีเดียวเชียว


โดยเฉพาะการที่ตัวภาพยนตร์สามารถเชื่อมต่อตัว โรเจอร์ อีเบิร์ต กับผู้ชมให้เรารู้สึกเห็นใจ คอยเอาใจช่วยเขาได้ตลอดเวลา รวมถึงยังทำให้เราเข้าใจถึงความนึกคิด ทัศนคติ และนิสัยของเขาได้ ทั้งๆที่ผู้ชมหลายท่านน่าจะไม่ได้รู้จักประวัติของ โรเจอร์ อีเบิร์ต อย่างลึกซึ้ง หรือบางท่านอาจจะไม่รู้จักเขามาก่อนเลยก็เป็นได้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นเรื่องที่น่าทึ่งไม่ใช่น้อย


ในด้านการเล่าเรื่องของผู้กำกับ สตีฟ เจมส์ ก็ถือว่าอยู่ในระดับใช้ได้ อาจจะมีติดขัดบ้างในช่วงการเล่าประวัติชีวิตของ โรเจอร์ อีเบิร์ต ที่การตัดต่อในบางครั้งสับสนและดูเร่งรีบไปบ้าง รวมถึงในช่วงกลางเรื่องที่ตัวภาพยนตร์เสมือนหยุดที่จุดๆหนึ่งในชีวิตของ โรเจอร์ อีเบิร์ต นานเกินไปจนทำให้รู้สึกน่าเบื่อ แต่โดยรวมเขาก็ถือว่าทำหน้าที่ได้ดีทีเดียว




แต่ถึงแม้ว่า Life Itself จะเป็นภาพยนตร์สารคดี / ชีวประวัติของ โรเจอร์ อีเบิร์ต ก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจมากก็คือข้อความที่แฝงไว้อยู่ในภาพยนตร์ ซึ่งพูดถึงเรื่องที่ไม่ใช่แค่ โรเจอร์ อีเบิร์ต แต่เป็นเรื่องที่พวกเราทุกคนมีเหมือนๆกัน ซึ่งนั้นก็ไม่ใช่เรื่องอะไรอื่นนอกจาก "ชีวิต" ของมนุษย์อย่างพวกเราทุกคนนี้เอง 


ในชีวิตนี้เราจะต้องประสบพบเจอเรื่องราวต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะดี ร้าย ทุกข์ สุข หรือเรื่องที่เราอาจจะอยากกลับไปแก้ไข และในที่สุดท้ายแล้วพวกเราก็ร่วมแบ่งปันจุดปลายทางเดียวกันซึ่งนั้นก็คือความตาย แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่แย่เสมอไป  เพียงแต่เราจะต้องใช้เวลาที่มีอยู่ทุกวินาทีให้คุ้มค่า และเตือนเราถึงคุณค่าในชีวิตของพวกเรา ซึ่งมีค่ามากกว่าสิ่งใดๆทั้งหมด นี้ก็คือสิ่งที่ตัวผู้กำกับ สตีฟ เจมส์ และ โรเจอร์ อีเบิร์ต พยายามจะบอกกับผู้ชมนั้นเอง


Final Score : [ A - ]